โดนแซง Python ถูก javascript แซงใน stack overflow

โดนแซง เมื่อถึงวันที่ Python ถูก JavaScript นำไปตั้งเป็นคำถามมากกว่า ในเว็บของชาว Developer ทั้งหลาย Python overtakes JavaScript in stack overflow

โดนแซง เมื่อถึงวันที่ Python ถูก JavaScript นำไปตั้งเป็นคำถามมากกว่า ในเว็บของชาว Developer ทั้งหลาย Python overtakes JavaScript in stack overflow

ภาษาไหนดีที่สุด เรื่องแบบนี้ผมคนหนึ่งละ ที่ไม่เคยคิดหาคำตอบ และไม่เคยไปใส่ใจด้วย เพราะผมมองว่าทุกภาษา ล้วนแล้วแต่มีสิ่งดีๆในตัวของมัน มีพลังดีๆ มีความสามารถ มีความเหมาะสมในการทำงานที่แตกต่างกันไป

แต่วันนี้เห็นเรื่องหนึ่งแล้ว น่าสนใจหยิบเอามาคุยกับเพื่อนๆก็คือ ในเว็บ Stack Overflow เว็บขาประจำสำหรับคนที่ชอบเรื่องของแมลงใน Software แก้ไม่ออก ติดอะไร สงสัยตรงไหน Google แล้วตามด้วยชื่อนี้ เป็นต้องได้เจอคนร่วมชะตากรรมกันมาตลอด

มีคนทำเรื่องของสถิติ เกี่ยวกับการถามคำถามด้าน Programming ด้วยภาษาต่างๆ ราวๆ 10 ชนิดและอีก 1 Database ว่ามีทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง บนเว็บไซต์ Stack Overflow ภาษาที่เค้าคัดเลือกมาหาข้อมูล ก็ล้วนแล้วแต่เป็นภาษาอันโด่งดัง มีผู้คนใช้งานกัน มากโขในแต่ละปี เช่นภาษา JavaScript, Python, R, Ruby, C#, C++, Java, Objective-C, Swift, PHP และมีฐานข้อมูลพ่วงมาอย่าง SQL

สิ่งที่พบคือ ภาษา JavaScript เป็นภาษาที่ถูกตั้งคำถามสูงมากๆ มาตลอดกาล เพราะว่า ณ วันนี้ที่เข้าไปดูพบว่ามียอดสูงถึง 1.7 ล้านข้อกันเลยทีเดียว หรือประมาณ 5200 ต่อ week และมากถึง 884 ข้อสำหรับวันนี้ ซึ่งแน่นอน มันสูงที่สุดครับ น่าจะเป็นเพราะว่า ในนาทีนี้ ไม่มีใคร ไม่ใช้งานเจ้า JS ในการทำงานกันแล้ว ไม่มากก็น้อย ใช้ทั้งหน้าบ้าน ใช้ทั้งหลังบ้าน บางคนเลยไปไกลจนถึงใช้กับ IOT กันแล้วก็เยอะแยะ

นั้นแปลว่า วันนี้ JavaScript ยังคง hot และร้อนแรง อย่างไม่ต้องสงสัย แต่…..ในผลงาน research ชิ้นนี้ เค้ากับพบบางอย่างว่า เรื่องที่น่าสนใจคือ เจ้างูหลามยักษ์ Python ที่ดูจะแรงตกลงไปไม่น้อย นิ่งๆ เงียบๆอยู่ซักพัก ตอนนี้เริ่มมาขยับ แรงแซงหน้า JavaScript ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับยอดคำถาม ทีสูงถึง 1000 คำถามต่อวัน และประมาณ 6200 ต่อสัปดาห์กันเลยทีเดียว

ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าไม่อิงผลรายงานมากนัก ผมมองว่าน่าจะเกิดจาก การที่ตอนนี้ การเขียนโปรแกรมต่างๆถูกนำไปฝึกให้กับเยาวชนกันมากขึ้น ส่วนหนึ่ง เพราะเป็นภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ และไม่ซับซ้อน หรือยากเกินจะเรียนรู้ บวกกับพลังของ วิวัฒนาการเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ ยุคของ Machine Learning และ AI ที่ทำให้เครื่องจักกล หรือสมองกลต่างๆ มีความคิดเป็นของตัวเอง สามารถเรียนรู้ได้ ฉลาดขึ้นนั้นเอง

ภาษาแรกๆที่เรามักนึกถึง เมื่อคิดถึงเรื่องของ ML และ AI ก็คือ Python และ Java รวมไปถึง R ถ้ามีการคิดเรื่องของการใช้งาน Big Data เข้ามาด้วย อย่างที่เห็น TensorFlow หรือ library เจ้าต่างๆในกลุ่ม Opensurce ในสาขานี้ต่างพากันโตวันโตคืน มีคนให้ความวนใจกันล้นหลาม เลยน่าจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้วันนี้ Python กลับมายืนตรงจุดนี้ได้ 

แต่ในรายงาน มีการพูดถึง Harvard Business Review เรื่อง “Sexiest Job of the 21st Century” เอาไว้ด้วย ซึ่งตั้งแต่นั้นมา ยอดคำถามของ Python ก็ทยอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นมา นับว่า Harvard Business Review มีผลต่อสังคมมากไม่น้อยเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องคำถามส่วนใหญ่ เค้าถามเรื่องอะไรกัน ผมว่าในมุมนักพัฒนาอย่างเราๆน่าจะพอเดาได้ไม่ยาก ทั้งเรื่องของการทำงานกับ Package, Library หรือแม้แต่ Framework ต่างๆ และรวมไปถึงการพบกับ Error ต่างๆในการทำงานด้วย ซึ่งมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมคิดว่า ผมน่าจะสรุปให้เพื่อนๆดูซะหน่อย ว่าถึงวันนี้ ภาษาอื่นๆมียอดคำถามเป็นอย่างไรกันบ้าง

จำนวนคำถามใน Stack Overflow ของแต่ละภาษา

1.JavaScript 
ทั้งหมด 1783475 ข้อ 
วันนี้ 884 ข้อ

2.Java 
ทั้งหมด 1529337 ข้อ 
วันนี้ 724 ข้อ

3.C# 
ทั้งหมด 1296972 ข้อ 
วันนี้ 510 ข้อ

4.PHP 
ทั้งหมด 1271998 ข้อ 
วันนี้ 413 ข้อ

5.Python 
ทั้งหมด 1137798 ข้อ 
วันนี้ 1081 ข้อ

6.C++ 
ทั้งหมด 610565 ข้อ 
วันนี้ 233 ข้อ

7.Sql 
ทั้งหมด 484675 ข้อ 
วันนี้ 231 ข้อ

8.Objective-C 
ทั้งหมด 287069 ข้อ 
วันนี้ 25 ข้อ

9.Swift 
ทั้งหมด 225298 ข้อ 
วันนี้ 161 ข้อ

10.Ruby 
ทั้งหมด 203331 ข้อ 
วันนี้ 45 ข้อ

สุดท้าย ที่อยากให้มองนอกจากเรื่อง โดนแซง คือ ทุกวันนี้มีผู้คนหันมาเขียน Software กันจำนวนมาก ถึงได้มีคำถามเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ในแต่ละวัน ไม่เฉพาะเจาะจงว่าด้วยภาษาใดภาษาหนึ่ง

ทำให้เห็นว่า Software เข้ามามีบทบาทในชีวิตคนมากขึ้นขนาดไหน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยากหัดเขียน อยากเริ่มต้นเขียน มันไม่ได้ไกลเกินตัว

ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร สายงานด้านใน การเขียน Software เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้เครื่องมือเข้าไปช่วย ดังนั้นไม่ว่าปัญหาของคุณจะเล็ก จะใหญ่ คุณสามารถนำความรู้ความสามารถในการพัฒนา Software ไปทำงานได้จริงๆทั้งนั้นครับ

ที่มา:

1.Picking apart StackOverflow what bugs developers the most
(https://www.globalapptesting.com/…/picking-apart-stackoverf…)


2.Tags Stack Overflow
(https://stackoverfloccw.com/tags)

ถ้าคุณกำลังมองหา เครื่องมือดีๆ ในการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาและเน้นที่เนื้อหาด้านใน ลองดูนี่ครับ Link: Content ยุคใหม่สร้างด้วย Editor JS เครื่องมือแนว Block

The Documentary วิดีโอสารคดีของ Ember.js

The Documentary วันนี้มาแปลก หยิบเรื่องราวเกี่ยวกับ สารคดี ของวงการมาฝากกันบ้าง เพราะปรกติมันหาดูยากครับ ไม่ค่อยมีคนทำออกมากันเท่าไหร่ เนื้อหาแนวเรา ก็ไม่ค่อยมีคนเข้าถึงอยู่แล้วด้วย 555

The Documentary วันนี้มาแปลก หยิบเรื่องราวเกี่ยวกับ สารคดี ของวงการมาฝากกันบ้าง เพราะปรกติมันหาดูยากครับ ไม่ค่อยมีคนทำออกมากันเท่าไหร่ เนื้อหาแนวเรา ก็ไม่ค่อยมีคนเข้าถึงอยู่แล้วด้วย 555

Ember JS เป็นอีกหนึ่งค่ายดังในฝั่งหน้าบ้านของ JavaScript ที่ได้รับความนิยม ชมชอบ ไม่น้อยจากต่างประเทศ จนตอนนี้เห็นมีสารคดีออกมา นับว่าหาดูยาก มาลองชมกันครับ

Ember JS ถ้าพูดกันถึงในบ้านเรา ในประเทศไทย อาจจะดูเงียบเหงาไปหน่อย ไม่เปรี้ยงป้างอย่างใครเค้า พี่ใหญ่คนอื่นๆ เค้ากระแสดี แรงดีกันหมด แต่ในต่างประเทศก็ได้รับการตอบรับดีไม่น้อยนะครับ

จริงๆแล้วเค้าใช้ชื่อว่า A framework for ambitious web developers ซึ่งก็ดูแปลกดี เพราะว่า คำว่า ambitious นั้นเรามักไม่ค่อยได้พบการใช่เท่าไหร่ โดยเฉพาะในสังคมบ้านเรา ซึ่งแม้จริงๆ มันจะแปลว่า “ทะเยอทะยาน” แต่เวลาคำพูดนี้ออกมา มันมักจะเป็นในแนวของ การตั้งเป้า แล้วตั้งใจทำมันมากกว่า

โดยปรกติถ้าพูดถึงคำว่า สารคดี หรือในภาษาอังกฤษว่า Documentary ถ้าพูดถึง JavaScript นั้นค่อนข้างเป็นเรื่องยาก ไม่ค่อยมีคนทำสารคดีด้านนี้เยอะเท่าไหร่ 

แต่หลังจากที่เปิดดู Ember.js The Documentary ถึงกับต้องบอกว่า คือดี…อ่ะ คือดี ด้วยมุมกล้อง ด้วยเนื้อเรื่อง ด้วยดนตรี และที่สำคัญเนื้อหาตั้งแต่แรกเริ่ม จาก Co-Founder อย่าง Tom Dale และ Yehuda Katz ทำให้เนื้อเรื่องสนุกไม่น้อย

ต้องบอกว่า การที่ผู้คนหลงไหลในการทำงานกับ Ember.js และพยายามพลักดันให้เกิดเป็น Community ดีๆแบบนี้ มันเป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ ยิ่งในภาวะที่การแข่งขันด้าน JS สูงปรี๊ดปรอทแตกขนาดนี้แล้วด้วย

จริงๆแล้วผู้ลงทุนกับจัดทำตัวสารคดีนี้ มาจาก Honeypot ที่เป็นเว็บไซต์หางานสำหรับเหล่า developers ชื่อดังใน Berlin ด้วย น่าจะเป็นการบอกได้ว่า ใน berlin น่าจะมีคนใช้งาน Ember.js ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตัวสารคดียาวประมาณ 25 นาที ใครมีเวลาแนนะนำว่าลองดู ส่วนใครไม่ถนัดภาษาอังกฤษเท่าไหร่แบบผม มี Sub-title เป็นภาษาอังกฤษให้อ่านด้วยนะ กดตรง CC นั้นแหละ

ส่วนใครดูแล้ว รู้สึกสนใจ เจ้า Mascot ทั้ง Tomster และเจ้า Zoey เอ้ย…. สนใจอยากลอง ศึกษาหาข้อมูล และวิธีทำงานของมัน ก็ไปดูกันได้ ที่เว็บไซต์หลักของเค้าเลยครับ

Link: https://emberjs.com/

คุณอาจจะกำลังสนใจ เกี่ยวกับเรื่องของ พื้นฐานการพัฒนาเว็บไซต์ ลองเริ่มต้นจาก พื้นฐานเหล่านี้ดูครับ

Link: เมื่อนักพัฒนายุคใหม่ไม่ค่อยสนใจพื้นฐาน

Content ยุคใหม่สร้างด้วย Editor JS เครื่องมือแนว Block

Content เนื้อหาสำคัญสุดบนหน้าเว็บไซต์ Editor เครื่องมือที่สุดแสนจะจำเป็นสำหรับคนใช้งานเว็บเพื่อการพิมพ์ข้อมูลต่างๆลงไป ดังนั้นตัวผู้ใช้เลยมักจะมองและให้ความสำคัญกับ Editor อยู่เป็นหลัก ในความสำคัญของระบบ

Content เนื้อหาสำคัญสุดบนหน้าเว็บไซต์ Editor เครื่องมือที่สุดแสนจะจำเป็นสำหรับคนใช้งานเว็บเพื่อการพิมพ์ข้อมูลต่างๆลงไป ดังนั้นตัวผู้ใช้เลยมักจะมองและให้ความสำคัญกับ Editor อยู่เป็นหลัก ในความสำคัญของระบบ

Editor ฟรีๆดีๆมีเยอะครับ หลายตัว หลากความสามารถกันไป แต่วันนี้มาดูเจ้านี้กันดีกว่า Editor.js เครื่องมือที่ทำให้ เราสามารถทำงานได้แบบ block styled เห็นแล้วนึกถึง Medium กับ Gutenberg อยู่ไม่น้อยเลย

อะไรคือ Block Styled Editor

จริงๆต้องบอกว่า ถ้าสมัยก่อน เวลาเราเขียน Content อะไร มันจะถูกสร้างขึ้นมาบน กล่อง Textarea ของ HTML ทั่วไป เวลาส่งข้อมูลออกมา จะเป็น HTML พร้อมกับ Data ต่างๆที่เรายัดลงไปมาแบบก้อนเดียวเลย

แต่พอมาเป็นแนวนี้ เราจะสร้างบนกล่องแบบเดิม แต่ข้อมูลจะส่งมาเป็น JSON และมองทุกอย่างเป็น Block ด้วยระบุตรงตัวมาว่าเป้น type อะไร paragraph หรือ header แล้วก็ data ข้างในเป้นอย่างไร แบบนี้

{
    "time" : 1550476186479,
    "blocks" : [
        {
            "type" : "paragraph",
            "data" : {
                "text" : "The example of text that was written in <b>one of popular</b> text editors."
            }
        },
        {
            "type" : "header",
            "data" : {
                "text" : "With the header of course",
                "level" : 2
            }
        },
        {
            "type" : "paragraph",
            "data" : {
                "text" : "So what do we have?"
            }
        }
    ],
    "version" : "2.8.1"
}

Key features

  • It is a block-styled editor
  • It returns clean data output in JSON
  • Designed to be extendable and pluggable with a simple API

ความน่าสนใจนอกจาก การสร้างกลุ่มข้อความเป็น block แล้ว เค้ายังทำการ returns clean data ออกไปเป็น รูปแบบของ JSON อีกด้วยนะ ทำให้สะดวกต่อการนำไปใช้ ทั้ง Web, mobile, AMP หรือจะเป็น speech readers ก็ยังไหว

ทีนี้ เจ้าตัวระบบเอง เค้าก็มีความสามารถเบื้องต้น มาให้ยังไม่เยอะหนัก น่าจะเพื่อเรียกความเบา และนับว่าเป็นการใช้งานเท่าที่จำเป็นของแต่ละคน ดังนั้น ใครยากได้ความสามารถที่นอกเหนือกันไป ก็ไม่ใช่จะไม่มี

แต่เค้าทำออกมาเป็น API เหมือนเป็น feature ที่แยกกันออกมาให้เรา นำไปใช้งานได้อีก แต่ต้อง Load code ออกมาวางกันก่อน งานดีเลยแบบนี้

แถมตัวเราเอง ยังสามารถเขียน Plugin เสริมตามแต่สะดวกของเราลงไป เพื่อใช้งานเองก็ได้ด้วยนะ Format Code ก็ดูไม่ได้ยากเย็นอะไร

นับว่าการทำงานแบบนี้ น่าจะกลายเป็นวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ หลังจากที่เห็น Gutenberg ก็ทำมา ให้ wordpress สามารถแยก แบ่ง และนำกลับมาใช้ใหม่ของในส่วน Block ได้ด้วย เหมือนกัน

งานดีๆแบบนี้ ฝากให้ทดลองกันหน่อยครับ ผมว่าผู้ใช้อาจจะดู งงในตอนแรกนิดหน่อย ไม่ชินเหมือนใช้ WYSIWYG ทั่วๆไป แต่ถ้าได้ลองเล่นแล้วจะติดใจนะจ๊ะ

Link :: https://editorjs.io/

คุณอาจกำลังมองหา CSS Framework ซักตัว ที่จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของหน้าเว็บไซต์คุณ Link: NES-Style Framework