Full Stack Developer เดี๋ยวนี้ใครๆเค้าก็เป็นกันทั้งนั้น

full stack

Full Stack พอพูดถึงคำๆนี้ นาทีนี้ก็เป็นเรื่อง เคยชิน เป็นเรื่องคุ้นเคย เป็นเรื่องใกล้ตัว ทีมผมมี full dev อยู่ 10 คน บริษัทชั้นมี full dev อยู่20 คน หันไปทางไหน ก็มีแต่คน เต็ม แบบนี้กันหมด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ ว่าในสมัยนี้ แม้ตำแหน่งงาน ทางด้านวังวนของระบบการพัฒนาเว็บไซต์หรือ Software ต่างๆ จะมีออกมามากมายเต็มไปหมด ทั้งฝั่งหน้าบ้าน ฝั่งหลังบ้าน ฝั่ง coding ฝั่ง design หรือจะเป็นเหล่า ui เอย ux เอย ต่างๆอีก

ด้วยกระบวนการพัฒนา ตั้งแต่ต้นทาง การออกแบบระบบ Business logic ไปจนถึง ออกแบบ Flow งาน ไปไล่ตกที่การออกแบบหน้าตา กว่าจะมาถึง code แค่นี้ก็ใช้ความสามารถที่แตกต่างกัน ออกไปมากแล้ว

แต่พอมาเจาะลงไป ในส่วนของการ เสกสรรค์ปั้นแต่ง ให้ตัวหนังสือ กับจอดำๆบนหน้าจอคอม กลายร่างมาเป็น Software สวยๆให้ User ได้ใช้งานด้วยแล้ว ยิ่งต้องผ่านอะไรอีกมากมาย หลากหลายแขนงไปกันใหญ่

เริ่มกันตั้งแต่คนที่จะมา Set Environment ในการทำงาน ออกแบบระบบว่าจะวางโครงสร้างกันอย่างไร Network เป็นอย่างไร Server เป็นอย่างไร ก่อนจะส่งไม้ต่อไปให้ คนพัฒนาเอาไปทำ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งหน้าบ้าน ที่ต้องออกแบบ ตามความต้องการของลูกค้าก่อน

เมื่อลูกค้า พอใจ สบายใจ ก็ส่งงานต่อมาให้ฝั่งหลังบ้าน ทำงานต่อ อันนี้ ความจริงก็ต้องใช้วิชาในการจัดการ Database และการออกแบบ Code การวางแผนงาน การวาง Pattern จากนั้นก็ลงมือเริ่มเขียนกัน… อ่านมาตั้งนาน เพิ่งจะเริ่มเขียนเองหรอ

Develop ลงมือ coding เสร็จหนึ่งงาน ก็ต้องทำการทดสอบ test ด้วยตัวเองก่อน Run ด้วยมือตัวเองนี่แหละ ดูว่าแต่ละ function มันทำงานได้ตรง ตามเงื่อนไขที่เราเขียนมารึเปล่า พอจบ 1 งานก็เอาไปลอง test แบบ auto กันต่อว่าทุกอย่างถูกต้อง มั่นใจได้

จากนั้นงานก็จะตกไปถึงมือของ เหล่า tester ผู้มากฝีมือ ในการตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ อ้าว…ก็ dev เพิ่งจะทดสอบเสร็จไป แต่…ถ้าบางอย่างไม่ถูกต้อง ก็ต้องส่งกลับไปให้ dev แก้ไขกลับมาให้ใหม่

อันที่จริง… ที่เล่าๆมา เพราะแค่ว่า อยากให้เห็น ว่าในงาน 1 งาน หรืองาน 1 project เนี่ย กว่าจะเสร็จมันก็ผ่านอะไร ต่อมิอะไรมาเยอะแล้ว ทีนี้มาเจาะลงต่อที่เรื่องของ dev กันต่อหน่อย

ไอ้เจ้าฝั่งหน้าบ้าน ฝั่งหลังบ้าน กับ database เนี่ย ส่วนใหญ่เลย คุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคิดว่าใครทำงานทั้งหมดนี่ครับ…เฉลย ก็ dev ไงครับ เพราะ dev มีหน้าที่เขียน code อ่อ…งั้นทุกอย่าง เราโยนไปไว้ที่ dev ก็ได้นี่น่า

ถ้าเกิด หน้าบ้านกับหลังบ้าน มันเป็นรูปแบบเดียวกัน อย่าง หน้าบ้านใช้ JavaScript หลังบ้านใช้ Node.js อ้าว…มันเหมือนกัน แบบนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ถ้าหน้าบ้านเป็น js หลังบ้านเป็น .NET หรือ Ruby แบบนี้เริ่มแหละ

ทุกวันนี้การเรียนรู้ของ Dev จริงอยู่ครับว่า ยิ่งรู้กว้างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี รู้เยอะๆ รู้ทุกอย่าง รู้ทุกเรื่องไปหมด แบบนี้ดีครับ นับว่าเป็นคนเก่งมากๆ แต่อันนี้มันขึ้นอยู่กับตัวคนอ่ะนะ

แต่ตัวงาน ผมมองว่าเราไม่ควรเอาทั้งหมด ไปใส่ไว้ในคนๆเดียว จริงอยู่ครับ มันประหยัดงบ การจ้างคนๆเดียว เก่งหน่อยเอาไปเยอะหน่อย ดีกว่าจ้างคนมาหลายคนอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้ ในเมื่อทุกคน มองหากันแต่ Dev ที่ต้องเก่งทุกอย่าง ทำได้ทุกเรื่อง บางครั้งเอาแบบ นอกจากซ่อมคอมแล้ว ซ่อมประปา ซ่อมไฟฟ้าได้ด้วยจะพิจารณาเป็นพิเศษ แบบนี้มันก็ยากจริงๆนะ เพราะอันที่จริง เราควรไป focus ว่า สิ่งที่เค้าทำ มันดีพอแล้วหรือยัง

บางคนบอกว่า ตัวเองเขียนได้หมด ทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน แถมยัง Set Server ทำ Environment เอง แบบนี้ดีครับ แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าไอ้ที่เค้าทำได้นะ มันทำได้ดีเยี่ยมขนาดไหน หรือแค่ทำได้…ได้ๆ ให้ทำก็ทำได้ แบบนั้น

การเขียนงานในส่วนของตัวเอง เอาแค่หน้าบ้าน กับหลังบ้าน แค่นี้ถ้าได้ทั้งสองอย่าง ผมมองว่าก็นับว่าเป็นคนเก่งมากๆแล้วนะครับ จะมีซักกี่คนเชียว หลังบ้านเขียน flow ได้ถูกต้อง code ออกมามีคุณภาพ เชื่อมระบบต่างๆได้ครบ แถมทำถูกทุกอย่าง บนหลักความปลอดภัย หาบั๊กของระบบไม่เจอกันเลย

เขียนมันได้หมดทุก ภาษาทั้ง asp.net, ruby, go, python, php อยากได้ภาษาไหนก็สั่งมา เช้าทำ framework นึง ตกเย็นอีกงานเอาอีก framework นึง

หรือหน้าบ้านเก่งหมด จะเป็น framework ตัวไหนก็จัดมา ได้ทั้ง Angular ได้ทั้ง React อ้าว..วันไหนว่างๆเอาโปรเจ็ค vue มาใช้อีกอัน เวลาเบื่อๆก็ทำ Mateor js เอาไว้เล่นแก้เหงา แถมยังนั่งไล่เลาะ jQuery เก่าๆออกให้หมด เกะกะนัก

จริงๆคนแบบนี้เก่งนะครับ ถ้ามีอยู่ในองค์กรเยอะๆ นี่คือทรัพยากรอันมีค่ามากๆ แต่คิดดูแล้ว จะมีคนซักกี่คนครับ ที่ทำงานได้เยี่ยมไปหมดทุกอย่าง รู้เรื่องและเข้าใจไปหมด แต่ในเมื่อยุคนี้ ใครๆก็อยากเป็น dev สาย full stack และบริษัทก็รับแต่คนแนวนี้

ยังไงก็เอาใจช่วยนะครับ โลกเรามันหมุนเร็ว คุณต้องออกกำลังกายบ่อยๆ หัดออกไปวิ่งนะครับ กินอาหารดีๆ เผื่อจะทำให้ร่างกายพร้อม ใจพร้อม วิ่งตามโลกมันกัน

เขียนยาวๆ แบบนี้ทีไร เป็นเรื่องไกลตัวทุกที เก็บไว้อ่านเพลินๆ ถ้าเบื่อเรื่องการเมืองวุ่นๆตอนนี้กันครับ

คุณอาจสนใจเรื่องนี้
Link: Self Learning ถ้าการหัดด้วยตัวเอง มันยาก ก็เพิ่งคนอื่นบ้างก็ได้

ธีรภัทร เกษสกุล เป็นคุณพ่อของน้องเกี้ยมอี๋ ที่ไม่รู้ว่าใครซนกว่ากัน ทำงานเป็นโปรแกรมเม่ามือหนึ่ง ประจำบ้าน ถนัดงาน Web Application ชอบงานขีดเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ดูหนัง เล่นเกมส์กับลูกชาย เปิดร้านขายหมูสะเต๊ะ อาม่า บน Lineman, Grab food และ Food panda เป็นรายได้เสริมหาเลี้ยงเจ้าแสบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top