Remote Job 100% Work From Home ตลอดดีจริงไหม?

remote-job

Remote Job หรือการทำงาน จากที่บ้าน จากที่ไหนก็ได้ แบบ 100% เชื่อว่าใครๆก็น่าจะสนใจกันทั้งนั้น เพราะไม่ต้องไปยึดติดกับ สถานที่ บางวันอยากทำในห้องนอน บางทีไปห้องนั่งเล่น อีกวันไปคาเฟ่หน้าบ้าน ชิวสุดๆไปเลย ว่าแต่ แล้วมันดีกับตัวเราจริงๆหรอ

หลังจากโลกเรา พบเจอกับสถานการณ์โรคระบาด อย่างโรค Covid-19 เข้าไป ทำเอาหลายๆกิจการ ต้องปรับตัวกันเป็นอย่างมาก หลายๆธุรกิจ มีการหยิบเอา เทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้กันเต็มที่เพิ่มมากขึ้น

งานในด้าน IT บูมขึ้นมามากจริงๆในตอนนั้น ทุกคนหันเหมาใช้ระบบ Online ตั้งแต่ประชุม ยันการทำงานที่เคยเป็นเอกสาร ก็เปลี่ยนไปใช้ Online กันทั้งนั้น ชาว IT เลยได้เปรียบในตอนนั้นไม่น้อย คนอื่นกำลังหัวหมุน แต่ด้าน IT ได้รับเยอะพอสมควร

และด้วยความที่ ต้องการให้ผู้คนสามารถทำงาน ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องมาเจอกัน เผื่อลดปัญหาการแพร่กระจายของโรค ทำให้งานหลายๆอย่าง ถูกยกไปทำในรูปแบบ Work From Home มากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ไม่จำเป็นต้องมาเจอตัวกัน

และตั้งแต่นั้นมา รู้สึกว่าใครๆก็มองหาแต่งาน Remote กันเป็นหลัก ซึ่งแน่นอน ว่ามันยังมีให้เราทำน้อยอยู่ เพราะเมื่อโรคมันซาลงแบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่ Office ที่ไม่ได้หัวก้าวหน้ามากนัก ก็มักจะให้ทุกคนกลับมารวมตัวกัน นั่งจ้องตากันไป ทำงานกันไป อยู่ที่ Office เหมือนเดิมนั้นแหละ

ตัวผมเองนั้น มีโอกาสดี ที่ทางบริษัทให้ทำงานอยู่กับบ้าน เพราะตัวสำนักงานใหญ่ อยู่ที่ชลบุรี เราเลยทำงานเป็นแบบ Remote มาตลอดเกือบจะ 10 ปีแล้วมั้งเนี่ย ซึ่งก็บอกได้เลยว่า มีความสุขดี ชอบนะกับการทำงานแบบที่ ตื่นเช้ามาก็เปิดคอม ทำงาน

ไม่ต้องเดินทางไปไหน จริงๆแหละครับ การทำงานแบบที่ ต้องเดินทางออกไป เจอกับรถติด อันแสนสาหัส ต้องออกตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพียงเพื่อให้เข้างานได้ทันตอน 9 โมงครึ่ง นี่มันเป็นเรื่องทรมานสุขภาพจิตจริงๆเลยนะ

เมื่อก่อนผมเคนทำงานอยู่ในตัว กรุงเทพ เงินเดือนสูงพอสมควร ต้องตื่นขึ้นมา เตรียมตัวเดินทางตั้งแต่ ตี 5 กลับมาถึงบ้าน ตอน 2 ทุ่ม ทุกวัน ทำอยู่ได้ไม่ถึงปี งานดี บริษัทดี เงินค่าตอบแทนดีมากด้วย แต่สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว ขอหันหลังกลับมาทำงานที่บ้าน เงินเดือนน้อยลงเยอะ แต่ไม่ต้องเดินทาง

ผมมีเวลาชีวิตมากขึ้น วันไหนไปส่งลูกก็ตื่นไวหน่อย แต่ถ้าไม่ต้องก็ตื่นตอน 7 โมงได้เลย ไม่รีบแล้ว มีเวลาช่วงเช้า อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย อาบน้ำอาบท่า ทานอาหารเช้า บางวันก็ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน พอ 9 โมงก็ค่อยเริ่มต้นทำงานหน้าจอคอม รับมือกับงานที่ก็ทำเต็มที่ตลอด

วันนี้ข้ามเรื่อง ตัวงานผมไปก่อน เพราะจะพูดแค่ เรื่องรอบตัว ของการทำงานอยู่กับบ้านแบบ Work From Home เต็มๆ ทุกอย่างของงานผมอยู่บนโลก Online เราเขียนโปรแกรมเนอะ มันก็ Online อยู่แล้ว คุยกับลูกค้าผ่านทาง Line Chat แน่นอน ว่าลูกค้าก็มีความเข้าใจ ติดต่อมาเฉพาะในเวลางานเท่านั้น พอ 6 โมงเย็นก็แยกย้าย

ทุกอย่างลงตัวนะครับ เรื่องงานถ้าไม่นับว่า ผลตอบแทนคุณอาจจะสู้กับ การเข้าไปทำงานหนักๆใน ตัวเมืองไม่ได้ แต่ผมก็ได้หลายๆอย่างตอบแทนกลับมา ทั้งชีวิตที่รู้สึกได้ว่า เราไม่เหนื่อยจากการเดินทาง เรามีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ถ้าใครชอบแบบนี้ Remote Job เหมาะกับคุณแน่นนอน

สิ่งที่เราต้องเตรียม สำหรับการทำงานเป็น Dev แบบ Remote Job 100% คืออะไร

อย่างแรกเลยคือ เมื่อเราทำงาน Online Internet บ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อุปกรณ์ของผมใช้เป็น Mac Book กับ iPad แล้วก็ โทรศัพท์ ตัว Internet ผมเลือกใช้ AIS Fibre ความเร็วขนาดประมาณ 1000 / 200 MBs แต่จริงๆปรับเป็น 600 / 600 ไว้แทนนะ เพราะว่า Device ธรรมดา รับ 5G แค่นี้ก็ทำงานสบายมากแล้ว แต่ว่าขา Upload ต้องเพิ่มหน่อย จะได้เล่นเกมส์กับ Upload งานไม่สะดุด

แต่เวลาทำงานจริง ผมจะนั่งอยู่ ชั้น 2 ส่วนตัว Router วางไว้ชั้นล่าง ผมเลยติดตั้งเจ้า Mesh Wifi ของค่าย AIS เพิ่มมาอีก 2 ตัว วางไว้ในห้องนอนอย่างละตัวมันเลย ก็ทำงานคล่องตัว ไม่สะดุดอะไร สัญญาณถึงกันหมดทุกห้อง ค่าใช้จ่ายก็ตกราวๆ 1,000 บาทต่อเดือน อันนี้สำคัญมาก ต้องจัดให้พร้อม

จากนั้นก็เรื่องของ แอร์ อากาศในห้องจะร้อนมาก ยิ่งช่วงกลางวันนี่ยิ่งหนักเลย ดังนั้นแอร์ก็จะต้องทำงานให้พร้อม แน่นอนว่าค่าไฟ บานปลายไม่ใช่เล่น เพราะเปิดแอร์ตั้งแต่ตอน 10 โมง ไปจน 4 โมงเย็นนั้นแหละ บางวันก็ เปิดไวกว่านั้น ปิดช้ากว่านั้น ตามสภาพอากาศ

ค่าไฟทั้งอุปกรณ์ ทั้งคอม ทั้งแอร์เลยพากันพุ่งขึ้นมาช่วงทำงานอยู่กับบ้านนี่แหละ น่าจะแลกกันไปกับค่ารถนะ ผมว่าสำหรับตัวเองก็รับได้เลย

ทีนี้ก็มาสรุปกันว่า ทำงาน Remote แบบ Work From Home 100% เลยเนี่ย เอาจริงๆมันเหมาะกับคนที่ ไม่ชอบการเดินทาง เข้าไปในตัวเมือง หลบหนีการจราจร แบบนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญสุด เพราะเรื่องอื่นมันก็จะมีรายจ่าย ที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง อยู่ที่รับได้ไหม

แต่สำหรับตัวผมเอง ผมชอบมากเลยนะ เพราะเราไม่ได้รู้สึกห่างเหินกับคนใน Office เท่าไหร่หรอก คุยกันทั้งวัน ผ่าน Net ทำงานด้วยกัน ปรึกษากัน ตลอดเวลา แต่ใครที่มีโอกาสได้ทำ ผมยกให้ว่าหัวหน้างาน เจ้าของธุรกิจเป็นคนที่มี วิสัยทัศน์มากเลยครับ

ถ้าชอบงานแนวนี้ ลองหางานที่เ่ป็น Remote มาทำกันครับ หรือลองเข้าไปดูที่นี่ก็ได้นะ https://weworkremotely.com/

คุณอาจสนใจเรื่องนี้
Fastwork ตลาดงานไซส์กะทัดรัดสำหรับ FREELANCE

คุณพ่อของน้องเกี้ยมอี๋ ไม่รู้ว่าใครซนกว่ากัน ทำงานเป็นโปรแกรมเม่า Programmer ประจำบ้าน ดูหนัง ดูซีรี่ย์ เล่นเกมส์กับลูกชาย และลงทุนในคริปโต

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back To Top