ETHEREUM คืออะไร มาทำความรู้จักกัน

Ethereum is the community

ETHEREUM คืออะไร วันนี้ผมจะพา เพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันครับ ต่อเนื่องกันมา จากบทความก่อน ที่ผมมีโอกาส ได้พูดถึงตัว Block chain ไปบ้างแล้ว ทีนี้วันนี้เราจะเริ่ม เข้าสู่เรื่องของ ETHEREUM ว่ามันคืออะไรกันแน่

อย่างที่ได้เคยพูดเอาไว้ ว่า blockchain อธิบายได้ดีที่สุด ง่ายที่สุด ลงตัวที่สุด สั้นๆที่สุด ว่าเป็นฐานข้อมูลสาธารณะที่ update และ share บนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในเครือข่าย ดังนั้นคนที่เขียน Software ก็น่าจะ คุ้นชิน กับเรื่องของ Database หรือตัวฐานข้อมูลกันเป็นอย่างดี อยู่แล้วนะครับ

ทีนี้ Block หมายถึง กล่องใส่ข้อมูลชุดหนึ่ง ที่มีสถานะกำกับเป็นลำดับๆ โดยใช้ค่าทางคณิตศาสตร์ เข้ามาในการทำธุรกรรม เมื่อเสลาคุณ ส่งข้อมูลใดๆ ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ มันก็จะมีการ บันทึกข้อมูลของ block ก่อนหน้าลงไปด้วย เพื่อใช้ในการอ้างอิงกัน ต่อเป็นลำดับสาย หรือเราเรียกมันว่า chain นั้นเอง

เมื่อประมาณ เดือน November ปี 2013 คุณ Vitalik Buterin เค้าก็ประกาศตัว whitepaper ออกมา และประกาศใช้งานเป็น publicly จริงๆเมื่อตอน January ปี 2014 โดยในทีมนักพัฒนาประกอบไปด้วย Vitalik Buterin, Mihai Alisie, Anthony Di Iorio, และอีกคนสำคัญคือ Charles Hoskinson

ซึ่งมีแนวคิดในการ พัฒนามาจาก การที่จะนำเสนอ พัฒนาสิ่งใหม่ๆ ไปต่อยอดกับเจ้า Bitcoin ในส่วนของ application ซึ่งนับว่ายากมากๆ จึงได้พัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา เพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น สร้าง applicaitonจำนวนมาก ขึ้นมาต่อพ่วงกันได้ อย่างไม่จำกัด ไม่ยาก และมีประสิทธิภาพ

ทีนี้ จะเอาให้ง่ายๆ ก็คือเจ้า ETHEREUM เนี่ย มันคือ World Computer หรือ computer 1 เครื่อง ที่มันทำงานอยู่ บนระบบของ block chain คุณลองนึกถึงเวลาคุณ ทำงานอะไรบ้าง ค้างไว้ในเครื่อง computer ส่วนตัวที่บ้านของคุณ จากนั้นเวลาคุณ ออกไปข้างนอก คุณก็จะไม่สามารถ ทำงานนั้นต่อไปได้ (มองข้ามเรื่องของ Cloud ไปก่อนนะ อันนี้เจาะที่ตัวเครื่องตรงๆ)

เช่น คุณเล่นเกมส์อยู่ 1 เกมส์ ถึงด่าน 2 แล้ว คุณก็จะทำการ Save เอาไว้ พอคุณไปเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่น คุณก็เปิดด่าน 2 ของคุณขึ้นมาเล่นต่อได้ หรือใครเล่นถึงด่านไหนแล้ว ก็มาเปิดเล่นตามที่ตัวเอง ทำการบันทึกเก็บเอาไว้นั้นเอง

เจ้าคอมพิวเตอร์ของโลกใบนี้ก็เลยมีชื่อเรียกว่า Ethereum Virtual Machine หรือ EVM ที่มีทุกคนในเครือข่ายนี้ เก็บบันทึกชิ้นส่วน ความทรงจำ สำเนาสถานะต่างๆของ คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เอาไว้ด้วยกัน และเมื่อใดที่มีการร้องข้อให้เจ้า EVM เครื่องนี้ ทำการประมวลผล

การเปลี่ยนแปลงข้อมูล ก็จะถูกบันทึกไปที่ทุกคนบนเครือข่าย แบบเดียวกันไปทั้งหมด ทำให้เกิดความเป็น สิ่งที่เรียกกันว่า Decentralized หรือการกระจายอำนาจ ซึ่งจริงๆแล้ว เรื่องนี้ ถูกยกมาตั้งแต่ตอนที่ Satoshi nakamoto คิดค้นเรื่อง block chain เอาไว้ก่อนแล้ว

เราทำอะไรกับ Ethereumได้บ้าง

ระบบนี้ มันช่วยให้เรา หรือเหล่านักพัฒนา สรมารถสร้าง และปรับใช้ ประยุกต์ใช้งาน Application ในรูปแบบ การกระจายอำนาจ ขึ้นมาได้ หรือที่เราเรียกกันว่า Dapp เพื่อสร้าง application ที่ทำงานบนระบบ block chain ด้วยแนวคิดในรูปแบบใหม่ และไม่ต้องมีการยึดติด หรือผูกมัดใดๆ

อะไรบ้างที่เป็น Dapp จริงๆแล้ว ส่วนตัวผมมองว่า bitcoin หรือเหล่าสกุลเงิน ดิจิตอล ทั้งหลาย ก็คือ 1 ใน Dapp ทั้งหมดด้วยเช่นกัน เพราะเราสร้างระบบ เงินเหรียญแบบ electronic cash system ขึ้นมา แล้วทำงานในรูปแบบ peer to peer ไม่ว่าจะใช้สำหรับเกร็งกำไร หรือแม้แต่ payments ต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น งานใดๆ ที่มีผู้ให้บริการ เป็นตัวกลาง ทั้งพ่อค้าคนกลาง หรือใครต่อใคร ที่มีหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่สร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับผู้ใช้บริการได้ ระบบ block chain ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ทดแทน มันได้เช่นกัน

เท่ากับว่า ไม่ว่า application ของคุณ จะทำงานเป็นตัวกลางในการทำ สิ่งใดๆก็ตามแต่ คุณสามารถที่จะใช้ความเป็น Decentralized ในการพัฒนา และทำหน้าที่แทนได้ เป็นอย่างดีมากๆ

ประโยชน์ที่ได้ จากการทำ Application แบบ Decentralized

  • ไม่มีใคร สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ หากจะเปลี่ยน ก็จะเป็นการรับรู้ พร้อมๆกันทั้งหมดบนเครือข่าย
  • หมดปัญหาการควบคุม และถูก Censor จากผู้มีอำนาจและควบคุมกฏต่างๆ
  • ปลดอภัย เนื่องจากการกระจายอำนาจ ทำให้ไม่มีจุดศูนย์กลางในการถูกโจมตี และการเข้ารหัสของข้อมูล ยิ่งยากต่อการแก้ไข
  • Zero Downtime Application ของคุณจะไม่มีวันหยุดทำงาน และไม่สามารถปิดกั้นได้อีกเลย หลังจากที่ขึ้นบนระบบเรียบร้อยแล้ว

แล้ว ETH คืออะไร

ก็เนื่องมาจาก เจ้า EVM เป็นระบบขนาดใหญ่ระดับโลก มีคนใช้งานปริมาณมาก และมีกิจกรรมต่างๆเยอะ ทางระบบจึงได้ออกมา ETH หรือ Ether ขึ้นมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในระบบ ให้กับผู้ที่ได้ทำการ ช่วยประมวลผลต่างๆของระบบ และใช้สำหรับเป็นค่าบริการ ในการทำธุรกรรมต่างๆ บนระบบด้วย

ดังนั้น ETHEREUM จึงไม่ใช่แค่ สกุลเงินดิจดตอล ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่มันเป็น Technology ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้สิ่งต่าๆมากมาย เกิดขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วน และยิ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ถูกผู้คนนำไปใช้งาน ถูกนำออกไปประยุกต์ ในชีวิตจริงมายิ่งขึ้นเท่าไหร่ เจ้าคอมพิวเตอร์ของโลกตัวนี้ ก็จะยิ่งโตมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ตัว ETH เองก็จะมีมูลค่าโตตามขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ทีนี้ก่อนจากกันครับ ตัวระบบเค้าได้สร้าง ภาษาสำหรับ Programming ขึ้นมาใหม่ 1 ภาษา สำหรับให้เรา พัฒนางานกันบนระบบของเค้าได้อย่างง่ายดาย ชื่อว่าภาษา Solidity ซึ่งมีหน้าที่ใช้สำหรับสร้างพวก Smart Contract ใครที่สนใจเรื่องนี้ ปักหมุดติดตาม รอเอาไว้ได้เลยนะครับ จะทยอยนำมาลงเพิ่มให้เรื่อยๆครับ

Link :: Website

ธีรภัทร เกษสกุล เป็นคุณพ่อของน้องเกี้ยมอี๋ ที่ไม่รู้ว่าใครซนกว่ากัน ทำงานเป็นโปรแกรมเม่ามือหนึ่ง ประจำบ้าน ถนัดงาน Web Application และ Mobile ชอบงานขีดเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ดูหนัง เล่นเกมส์กับลูกชาย ลงทุนใน Crypto เป็นรายได้เสริมหาเลี้ยงเจ้าแสบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top