เราไม่ได้ ต้องการสว่าน แต่สิ่งที่เราต้องการ แค่รู !!

เราไม่ได้ ต้องการสว่าน แต่สิ่งที่เราต้องการ แค่รู !!

เราไม่ได้ ต้องการสว่าน เราแค่ต้องการรู !!

ถ้าพูดถึงเรื่องของ เครื่องมือ ในการทำงาน เพื่อให้ได้ ในสิ่งที่คุณต้องการ ผมเชื่อว่า หลายๆคน คงต้องพยายาม ค้นหาหลายๆเครื่องมือ เพื่อให้ตอบสนอง บรรลุเป้าหมาย ของการทำงานอย่างแน่นอน

เราไม่ได้ ต้องการสว่าน เราแค่ต้องการรู !!

เราไม่ได้

เริ่มจากง่ายๆก่อน เราจะเห็นว่า บางคนต้องการขายสินค้า ตามตลาดนัด เช่น อาจจะอยากขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง วันนั้นเค้าแค่จะต้องไปยืนขายของครับ แต่บังเอิญ พื้นที่ประจำของเค้านั้น ดันฝนตก เลยไปขายไม่ได้

แบบนี้ วิธีที่จะช่วยให้เค้า ไม่เสียรายได้ จากการขายหมูปิ้งไม่ได้ก็คือ เค้าต้องมีร่ม เพื่อออกไปยืนขายของครับ ดังนั้น ร่มก็จะเข้ามาเป็น 1 ในเครื่องมือของเค้า

แต่นั้นไม่ได้บอกว่า จะทำให้เค้าขายหมูปิ้งได้ดี ถูกต้องไหมครับ เพราะว่า ก็ฝนตก คนอาจจะไม่สะดวกมายืนซื้อก็ได้ เค้าก็อาจจะต้องมีการขยายพื้นที่ร่มของเค้าให้รองรัีบคนได้มากขึ้น

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะเริ่มบ่น หิว…กันแล้ว แล้วเรามาคุยเรื่องนี้กันทำไม แค่จะเกริ่นนำนะครับ ว่าหากเราต้องการ ผลลัพท์อะไรบางอย่าง สิ่งที่เราต้องเตรียม คือบางอย่างที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น

ผมเคยได้ยินเรื่องนี้ จากผู้บริหารท่านหนึ่ง หยิบยกมาพูดให้ฟังบ่อยๆ ว่าหากเราต้องการแขวนรูปภาพที่ข้างฝา เราไม่ได้ต้องการ สว่าน แต่เราต้องการรู

แต่เราไม่สามารถสร้างรูได้ หากเราไม่มีอุปกรณ์สำหรับการเจาะมัน ดังนั้นเครื่องมือจะเป็นอะไรก็ได้ หากเราใช้มันเจาะรูได้ ก็ตอบโจทย์ได้หมด แล้วยิ่งจะดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามันทำได้โดยสะดวก สบาย

แล้วลองนึกมาถึงเรื่อง ของการผลิต Software ของเรากันบ้างครับ วันนี้ ถ้าเราต้องการ ทำงานในส่วนของการสร้าง Website หรือ Web Application ให้สำเร็จ อย่างรวดเร็วเราจะทำอย่างไร

ปรกติ เราจะทำการ เขียน Code ถูกต้องไหมครับ ทยอยเขียนไปที่ละ Function ที่ละ Module และแน่นอนว่า หากงานเราเร่ง เราจะนั่งเขียนตั้งแต่เริ่มต้น โดยไม่มีเครื่องมือช่วย มันก็คงจะช้าน่าดู

ทุกวันนี้ เราเลยเห็นเหล่า Framework, Template, Library และ Plugins ต่างๆออกมามากมายเต็มไปหมด เพื่อช่วยให้เราเขียนงานได้เร็วขึ้น (Rapid)

แต่หากว่าเรา จะนั่งทำงานคนเดียว ระบบก็คงเป็นเพียงขนาดเล็กๆ ไม่งั้นระบบใหญ่ คงใช้เวลาเขียนกันนานเลย

งั้นการที่เรามีคนมาช่วยเขียนเพิ่ม มันก็จะเสร็จขึ้นได้เร็วอีก อืม…แน่นอนครับ การทำงานเป็นทีม จะช่วยให้เราทำงานได้เร็วมากขึ้น

แต่เมื่อคนทำงานเป็นทีม หลายๆคน เราจะทำงานให้มันร่วมกันได้ สอดคล้องกันได้ มันก็ต้องดูด้วยว่า จะต้องใช้เครื่องมืออะไรในการ Support เราได้บ้าง

หลายๆครั้งก็จะมีเครื่องมืออย่าง Software เพื่อช่วยให้เราทำงานกันเป็น Team อย่าง Project Management หรือพวก Version Control สำหรับให้เรา แชร์งานกัน แชร์ความคิดเห็นกัน ตามงานกัน แบ่งปัน Code ร่วมกัน

แต่รู้ไหมครับว่า Software เหล่านี้มีทั้ง Free และเสียเงิน ซึ่งปรกติสำหรับใช้งานคนเดียว หรือแบ่งกับเพื่อนคนสองคน มันมักจะให้เราใช้ฟรีครับ

แต่นั้นหมายถึงว่า หากเราต้องการใช้งานกันเป็นทีม เป็นรูปแบบขององค์กร ของพวกนี้มักเสียตังค์ เพื่อให้เราใช้งานในรูปแบบที่เต็มระบบมากยิ่งขึ้น

เช่น ระบบ GitHub ถ้าคุณทำงานเป็น Open Source มันจะให้คุณใช้งานได้ฟรี ไม่เสียเงินใช่ไหมครับ แต่มันจะต้องแลกกับการที่เราต้องแบ่งปัน Code เหล่านั้นให้ทุกคนด้วย

แต่เราต้องการ จะเก็บเอาไว้เป็นความลับ ให้คนในทีมของเราเท่านั้นเห็นได้ มันก็จะต้องเสียเงินซื้อเพื่อที่จะสร้าง Project แบบที่ไม่เป็น Open Source ได้

ลองคิดดูครับว่า ถ้าเราเขียน Project ขายลูกค้าหลักล้าน แต่เรามัวพะวงอยู่กับราคา git หลัก 10 เหรียญ มันใช่เรื่องที่คุ้มค่ากันรึเปล่า

เอ….มันเกี่ยวกับหมูปิ้งหรือรูตรงไหน.. 555 คือจริงๆเราไม่ได้ต้องการร่มไง เราแค่ต้องการอะไรที่ช่วยให้ขายหมูปิ้งได้ ดังนั้นเราต้องการเครื่องมือครับ ที่จะช่วยให้เรา ทำงานได้เสร็จเร็วขึ้นมากนั้นเอง

ถ้าคุณ มัวแต่มองว่า จะเอานิ้วคุณ ขุดรูยังไงได้บ้าง ผมว่า นอกจากคุณจะได้รู้ ที่ช้ามากๆแล้ว คุณอาจจะต้องเจ็บนิ้ว จนเป็นแผล แต่รูที่ได้ ก็ดันใช้งานได้ไม่ดีพออีกด้วย

ลองดูเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณและทีมงาน ทำงานได้เร็วขึ้นครับ ผมว่ามันคุ้มค่าทั้งหมด ถ้าคุณลงทุนและตั้งใจ ใช้งานมันอย่างจริงจัง

ว่าแต่ เพื่อนๆ ลงทุน เสียเงินไปกับเครื่องมือตัวไหนบ้างครับ มาแชร์กันหน่อยจะได้ เห็นว่าตัวไหนช่วยงานอะไรใครได้บ้าง คุ้มค่ากับการลงทุนไหม

ขอบคุณภาพจาก https://unsplash.com

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดครับ
ธีรภัทร เกษสกุล