ภาพประกอบ : wp-permalinks

ทำความรู้จักและเข้าใจกับ permalinks ของ wordpress

WordPress เป็นระบบที่ถูกพัฒนาให้การทำงานในส่วนของหลังบ้านเข้าใจง่าย ใช้งานง่าย และสวยงาม ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องไปกับเรื่องของ SEO เรื่องของ URL จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำความใจเพื่อที่จะใช้งานได้ถูกต้อง ในส่วนนี้ wordpress เตรียมไว้เราในชื่อของ Permalinks ลองมาทำความรู้จักกันดูครับ

ภาพประกอบ : wp-permalinks

ภาพประกอบ : wp-permalinks

Permalinks คืออะไรใช้งานอย่างไร

มันคือ Permanent  URL ของ blog หรือเว็บไซต์ของคุณนั้นเองครับ ซึ่งมันจะสามารถเป็นได้หลากหลายทั้งเป็นวันที่ เป็นเดือน เป็นปี หรือเป็นหมวดหมู่ หรือเป็นชื่อของบทความนั้นๆหรือแม้แต่เป็นตัวเลขลำดับความของตัวบทความหน้าหน้าเพจนั้นๆนั้นเองครับ

ภาพประกอบ : ตัวอย่าง Permalinks

ภาพประกอบ : ตัวอย่าง Permalinks

และเจ้าตัว URL นี่แหละที่เป็นตัวสำคัญต่อคนทำเว็บมากๆเพราะมันจะมีผลต่อหลายๆเรื่องครับ เช่นเรื่องของ SEO หรือ Search Engine Optimize  ซึ่งมันจะมีผลต่อการค้นหาและการให้ความสำคัญของข้อความต่างๆที่ปรากฏอยู่บนนั้น

และ URL นี่เราจะไม่นิมเปลี่ยนแปลงกันบ่อยๆหรอกนะครับ เพราะหากว่าคุณนำมันออกไป share สู่สาธารณะชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมาทีหลัง คนที่ไปพบเห็น link นั้นเข้าก็จะไม่สามารถกลับเข้ามายังเนื้อของคุณได้ตามปรกตินะครับ ดังนั้นการวางแผนที่ดีตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจะทำให้ทุกอย่างลงตัวได้ดีกว่านะครับ

แต่ก่อน URL เป็นอย่างไรกัน

เมื่อแต่เดิมเวลาเราทำ URL จะวิ่งไปตามหน้าต่างๆของตัวเว็บไซต์นะครับ เช่น หากเราเป็นเว็บขายสินค้า หน้าตาของ url เราจะเป็นแบบนี้ครับ คือมันจะเริ่มต้นด้วยชื่อของ domain.com แล้วตามด้วยหน้าต่างๆเช่น shop แล้วตามด้วยรหัสของสินค้านั้นๆ ส่งไปเป็นแบบ get ? หรือเป็นแบบ domain.com/shop.php?id=5 อะไรแบบนั้นซึ่งมันไม่ค่อยจะสื่อความหมายเท่าไหร่ ก็เลยมีการนำเรื่องของ mod_rewrite เข้ามาใช้งาน

mod_rewrite คืออะไร

mod_rewrite คือการเข้าไปปรับ url ใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อความหมาย ซึ่งเจ้า mod_rewrite นี่จะเป็นความสามารถของฝั่ง apache และจะเขียนเพื่อใช้งานกันบนไฟล์ที่ชื่อ .htaccess ไม่ขอลงรายละเอียดลึกมากนักในส่วนของ mod_rewrite นะครับ เพราะจะข้ามไปพูดถึง wordpress กันเลย

ทีนี้แรกเริ่มเดิมทีเลยทาง wordpress เค้าให้ url เรามาอย่างไร

http://teerapuch.com/?p=123

มันจะออกมาในรูปแบบประมาณนี้ครับ คือมีชื่อ Domain แล้วตามด้วยรหัสตัวเลข ดูไร้ความอย่างสิ้นเชิงซะจริงๆ แล้วทีนี้เราจะทำอะไรกับ url ของทาง wordpress ได้บ้างละ เค้าเตรียมรูปแบบไว้ให้เราแบบนี้ครับ

ภาพประกอบ : url setting

ภาพประกอบ : url setting

สามารถเข้าไปดูหน้า Setting นี้ได้จาก เมนู Setting/permalinks นะครับ

Default คือ แบบแรกเริ่มที่ทาง wordpress เตรียมมาให้กับเรา มันคือ post id number ที่เราใส่ลงไปครับ แต่ในเว็บของ wordpress เองยังบอกว่ามันค่อนข้างจะ “Look likes Ugly” เลยนะ

แบบถัดลงมาเป็นแบบ Day and name คือมันจะมีข้อมูลของวันที่เราเขียนบทความนี้อออกไปกับชื่อของบทความนี้นะครับ มาเป็นแบบ ปี/เดือน/วัน/ชื่อบทความ แบบนี้ดูเข้าท่าขึ้นมาหน่อย เพราะสามารถระบุความหมายของบทความได้ด้วยแต่ไม่ค่อยดีนักตรงมีวันที่นี่แหละครับเพราะมันจะทำให้บทความของคุณ “ดูมีอายุ” ขึ้นมาทันที หากบทความของคุณเป็นประเภทแบบไม่ตกยุค ไม่ล้าสมัยง่ายๆ ก็จะดูไม่ค่อยดีไปได้นะครับ แต่บางทีก็เหมาะนะหากเรามองว่าบทความนี้เป็นเนื้อหาที่เหมาะสมกับวันนั้นๆ หากเลยมาแล้วก็ต้องมาดูมาปรับเนื้อหาเพิ่มเติมกันในบทความใหม่ๆแทน

แบบถัดมาเป็น Month and name จะแสดง ปีกับเดือนแล้วก็ตามด้วยชื่อของบทความคล้ายๆกับแบบเมื่อกี้ครับ แต่ไม่ระบุวันที่ ทั้ง 2 แบบนี่จะดีตรงเรื่องของหากเรามีบทความเยอะๆนะครับ เพราะมันจะไม่ค่อนมีปัญหาเวลาชื่อเรื่องซ้ำๆกันนะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหาก post ของคุณมีเป็นหลักพัน แล้วเนื้อหาหมวดหมู่ไม่เยอะมากนัก อาจจะเจอเรื่องนี้ได้ครับ

ถัดมาเป็นแบบ Numeric แบบนี้จะมาเป็นตัวเลขลำดับเช่นกันรันไปเรื่อยๆ 100 200 300 ดูไม่สื่อความหมายเอาซะเลย ข้ามๆ

แบบ post name ครับ อันนี้ดูเข้าท่ามากๆเพราะสื่อได้ชัดเจน ตรงไปตรงมา อยาก post เรื่องอะไรก็ใส่ลงไปแบบนั้นนะแหละ แต่ปัญหาที่เจอคือเมื่อเรื่องเยอะๆก็อาจจะเจอ url ซ้ำได้ครับ

แบบสุดท้ายคือ Custom หรือกำหนดมันเอาเองซะเลย แบบนี้ดูเข้าท่าสุด ว่าแต่จะใช้อะไรอย่างไหนได้บ้างละ คือเราสามารถเอาข้อมูลทั้งหมดแบบเมื่อกี้ข้างบนนั้นมาเรียงต่อกันใหม่ได้ครับ ตามแบบที่เราต้องการ ซึ่งข้อมูลนั้นจะมีแบบนี้ครับ

  1. %year% เป็นข้อมูลปีที่ post เป็นตัวเลขออกมา 4 หลักครับ เช่น 2015
  2. %monthnum% เป็นข้อมูลของเดือนที่ post ครับ ออกมาเป็นเลข 2 หลัก เช่น 05
  3. %day% เป็นข้อมูลของวันที่ที่เรา post ออกไปครับ ออกมาเป็นตัวเลข 2 หลักเช่นกัน เช่น 15
  4. %hour% อันนี้เป็นชั่วโมงที่ post ออกไปครับ เช่น 16
  5.  %minute% อันนี้เป็นข้อมูลนาทีที่เรา post ออกไปครับ ออกมาแบบนี้ 58
  6. %second% นี่เป็นวินาทีที่เรา post ออกไปครับ ออกมาเป็นเลข 2 หลักแบบนี้ 50 เหมือนกัน
  7.  %post_id% ตัวนี้เป็นลำดับการ post ครับ ออกมาเป็นตัวเลขรันไปเรื่อยๆตามจำนวนลำดับของ post เราครับ
  8. %postname% อันนี้เป็น ชื่อของบทความนะครับ ตัวนี้จะมีความสำคัญที่เราควรหยิบมาใช้งานครับ เวลาที่เราใช้มันจะเป็นแบบ Post A Name จะเป็น Post-A-Name
  9. %category% ส่วนข้อนี้ออกมาเป็นหมวดหมู่ครับ เราสามารถปรับแต่งในส่วนของ slug ได้เอามาใช้กับตรงนี้ครับ
  10. %author% สุดท้ายนี้เป็นข้อมูลของชื่อผู้แต่ง ผู้เขียนบทความนั้นๆนะครับ

เวลาเขียนจริงๆจะต้องเป็นแบบนี้นะครับ ใช้ / / ครอบเอาไว้ในส่วนต่างๆ

/%year%/%category%/%postname%/

ลองดูได้จากหน้าของ wordpress ครับ

http://codex.wordpress.org/Using_Permalinks

เวลาที่เราออกแบบเว็บ เรื่องนี้อย่าลืมใส่ไปในโจทย์ด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องมาเจอปัญหาให้แก้ตอนหลังแถมยังช่วยให้เรามีกำลังในการลงไปสู้กับ SEO เว็บไซต์อื่นๆได้อีกด้วย เพราะเดี๋ยวนี้การแข่งขันรุนแรงเหลือเกินครับ

 

โฆษณา รับทำเว็บไซต์ SyncStudio

โฆษณา รับทำเว็บไซต์ SyncStudio