Two-step Verification วิธีการตั้งค่าความปลอดภัย 2 ชั้นบน Dropbox

Two-step Verification วิธีการตั้งค่าความปลอดภัย 2 ชั้นบน Dropbox

Two-step Verification เป็นระบบ การตั้งค่า ด้านความปลอดภัย แบบสองชั้นซ้อน ในการเข้าถึง Account ทั่วไปของระบบยุคใหม่ ส่วนมากเป็นที่ นิยมใช้งานกันมาก เพราะส่วนใหญ่ จะนำไปผูกกับ เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะพกติดตัว เลยทำให้เรารู้ว่า มีคนเข้าสู่ระบบเราแล้วนั้นเอง

Two-step Verification Enable

หลังจากที่มีข่าว Dropbox ถูก Hack ข้อมูลผู้ใช้ไป มากกว่า 68 ล้านบัญชี ตามข่าว Dropbox ถูกแฮกตั้งแต่ปี 2012 กระทบผู้ใช้ 68 ล้านบัญชี ทำให้ผู้ใช้จำนวนมาก หวาดระแวงกับข่าว และบริการนี้เป็นอย่างมาก

แม้อันที่จริงแล้ว ข้อมูลที่หลุดไปจะเป็น ชื่อ Email และรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสไว้ก็ตาม (ก็น่ากลัวอยู่ดีนั้นแหละ) แต่ก็นับว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับบริษัท ที่เก็บข้อมูล ส่วนบุคคลเอาไว้ แบบนี้ด้วย  ลองคิดดู สำหรับคนที่ ยอมจ่ายเงินซื้อแบบ Pro หรือแบบ Business นี่เครียดเลย

มาดูวิธีการตั้งค่า ความปลอดภัย แบบ 2 ชั้นกันเลยดีกว่า เพราะมันน่าจะทำให้ ผู้ใช้งาน รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น อย่างน้อยๆ ถ้าจะเอาข้อมูลเราไป ก็ไม่ได้เข้ามาแบบปรกติละ 555

Setting Account Security

เริ่มต้นด้วยการ เข้าไปที่ เมนู Setting แล้วเลือก Tab security จะได้หน้าตาตามภาพ แบบนี้

รูปภาพหน้า setting Two-step verification security

รูปภาพหน้า setting security

พอได้หน้าตา แบบนี้แล้ว ให้ดูว่า ตอนนี้ ระบบ Verification แบบ 2 ชั้นของเรานั้น ยังถูกปิดอยู่ งั้นเราจะเริ่มมา เปิดมันกัน click ที่คำว่า click to enable ได้เลยครับ

click to enable

click to enable

จากนั้นก็ กดปุ่ม สีน้ำเงิน Get started

รูปภาาพหน้า re-enter password

รูปภาพหน้า re-enter password

พอเรากด รหัสผ่าน ซ้ำอีกรอบ เพื่อยืนยันตัวตน ก็จะพาเราไปสู่หน้า สำหรับเลือก ว่าจะรับ Code ยืนยัน ตัวตนทางไหน มี 2 ทางให้เลือก คือ ผ่านทาง มือถือ และ ผ่านทาง Apps บนมือถือนั้นแหละ อันนี้ผมทำแบบแรกให้ดูก่อนแล้วกัน เพราะหลายแอพจะประมาณนี้ ผูกกับ SMS ไปแทน

ภาพหน้าให้เลือก receive codes

ภาพหน้าให้เลือก receive codes

จากนั้น ก็ให้เรา ใส่เบอร์โทรของเรา ถ้าเป็นประเทศไทย มันจะขึ้นต้นด้วย +66 มาให้แล้ว เราก็ไม่ต้องใส่เลข 0 ตามด้วยเบอร์โทรปรกติได้เลย เช่น 081 ให้ใส่เป็น 81 ได้เลย

ภาพหน้าใส่ mobile phone

ภาพหน้าใส่ mobile phone

พอใส่เบอร์เราลงไป แล้วกด Next มันจะมี SMS ส่งมาหาเรา ให้เอา Code นั้นมาใส่ในหน้าต่อไป

ภาพหน้าใส่ Code ที่ได้รับมา

ภาพหน้าใส่ Code ที่ได้รับมา

พอใส่ Code ของเราแล้วกด Next ต่อไปเลยครับ ในหน้าต่อไป ระบบบจะให้เรา ใส่เบอร์โทรอีกเบอร์ สำหรับกันเหนียว หากเราไม่สามารถใช้มือถือ เบอร์แรกได้ ก็ยังมีอีกทางเลือก ทางรอด เก็บเอาไว้ให้เรา อันนี้หาทาง ไม่ทำไม่ได้ น่าจะเป็นการบังคับไปเลยนะ งั้นเราใส่เบอร์แม่ ไปเลยแล้วกัน มือถือเราหาย มือถือแม่ คงยังอยู่

ภาพหน้าใส่ backup mobile

ภาพหน้าใส่ backup mobile

จากนั้นจะได้ Code อะไรมา เต็มไปหมดเลย ประมาณ 10 ชุด เก็บเอาไว้ สำหรับ เข้าใช้ระบบได้ แบบ One-time

รูปภาพหน้า code one-time

รูปภาพหน้า code one-time

จากนั้นกด Enable ได้เลยครับ เป็นอันจบ Congratulation

congrats

congrats

เพียงเท่านี้ เวลาเราจะทำการ Log in เข้าระบบ จาก Browser อื่นๆ ที่ไม่เคยใช้งาน หรือจะเป็น Link กันกับ Device อื่นๆ ที่ยังไม่เคยใช้ มันก็จะแจ้งเตือน เราทั้งหมด เป็น SMS ส่งตรงมาที่มือถือเรา ยังไม่ส่งไปมือถือแม่นะ ส่งมามือถือเราก่อน แล้วหากเราต้องการ ให้แจ้งเมล์ แบบละเอียดหน่อย อันนี้กไป ตั้งค่าการใช้งาน ได้เหมือนกัน

Setting Email

ให้ไปที่ Tab ของ Profile จากนั้นด้านล่างสุด  ตรงคำว่า Preferences จะมีให้เลือก Check box สำหรับ Email notifications ให้เราไปตั้งค่าได้ตรงนี้ เพราะมีทั้ง A new browser login to my Dropbox หรือจะเป็น A new device is linked หรือจะเป็น A new app is connected ก็มาหมด

email setting

email setting

Devices Setting

อีกส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องของ Devices กับ Apps ที่เชื่อมต่อ อันไหนไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็เอาออกซะบ้าง ไม่ต้องเก็บเอาไว้ทำซาก ให้มันเยอะไปมาก เท่านี้ก็สบาย ตัวเบาแล้วจ๊า

ส่วนใครยังไม่มีบัญชีของ Dropbox ก็ไม่ต้องกังวลนะครับ มาสมัครเอาไปใช้งานกันได้เลย
Link: Dropbox