ภาพประกอบ : zend2

วิธีติดตั้ง Zend Framework 2 ผ่านทาง composer

composer นับเป็นเครื่องมือสำคัญมากๆสำหรับโลกของนักพัฒนาบนพื้นฐานของภาษา php วันนี้ผมจะหยิบยกวิธีการติดตั้ง zend framework version 2 ผ่านทาง composer  มาให้ดูกันครับ

ภาพประกอบ : zend2

ภาพประกอบ : zend2

วิธีติดตั้ง Zend Framework 2 ผ่านทาง composer

หลังจากที่พูดไปถึง zend framework ไปซักพักแล้ว คนที่ติดตามอ่านกันมาคงเห็นว่ามันเป็นการพูดถึงการใช้งาน ZF ในรูปแบบของ version 1 ซึ่งมีระยะเวลาที่ผ่านมานานมากแล้วหรือจะเรียกง่ายๆก็คือมันเก่ามากพอสมควรแล้ว ตอนนี้ใครๆเค้าก็ไป version 2 กันหมดแล้วแถม version 3 ก็เริ่มพัฒนาไปตั้งนานแล้วเตรียมจะออกมาอยู่ไม่กี่วันนี้แล้ว ผมเลยคิดว่าจะขอพูดถึงวิธีการใช้งานในรูปแบบของ version 2 ต่อเนื่องกันไปด้วยเลยในทีเดียวนะครับ

composer เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการกับ packages ต่างๆได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะระบบที่มีการทำงานแบบเป็นมาตรฐานแล้วด้วย แม้แต่ ZF เองก็ไม่เว้นกระโดดเข้ามาใช้งานมาตรฐานร่วมต่างๆเพื่อให้อนาคตการพัฒนางานด้วยภาษา PHP เป็นไปได้ในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

ทีนี้หลายคนที่สนใจใน ZF แล้วอ่านบทความในเว็บของผมมาเรื่องการติดตั้ง ZF1 คงจะเห็นกันไปแล้วว่าการติดตั้งนั้นยุ่งยากอยู่ไม่น้อย อันที่จริงต้องบอกว่าการติดตั้ง ZF เองนั้นไม่ได้ยุ่งยากครับเพระาแค่แตกไฟล์ออกมาจาก zip ที่เราไปดาวน์โหลดมาก็ใช้งานได้แล้ว แต่ที่ยุ่งคือเรื่องของการ set ค่า environment ในการพัฒนาระบบกับมันและการเรียกใช้งาน ZF tool ต่างหาก

ทีนี้ข้ามมาถึง version 2 กันมันมี composer เข้ามาช่วยให้ติดตั้งได้ง่ายดายขึ้นเยอะและก็ยังเป็นประโยชน์ในการทำงานกับ packages อื่นๆได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ทีนี้ ZF2 หากเราจะติดตั้งตัวต้นแบบจริงๆก็ไม่ยากครับ แค่เข้าไปที่หน้าเว็บ http://framework.zend.com/ ก็มีไฟล์ library ของเค้าให้เรานำไปใช้งานกันอยู๋เหมือนกัน แต่เพื่อให้ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการพัฒนาระบบจริงๆ ผมว่าเราไปใช้งาน composer ช่วยในการติดตั้งแล้วไปยึดเอาเจ้า  Zend Skeleton Application ที่เป็น packages ตั้งต้นที่มาพร้อมกับ boostrap กับ jquery ซึ่งเราจะได้พร้อมสำหรับการพัฒนาเลยทีเดียว

ทีนี้เราก็จะต้องมาดูขั้นตอนต่างๆกันทีละลำดับเลยแล้วกันนะครับ (โดยผมจะยึดจากที่ท่านได้ติดตั้ง composer ไว้แล้วนะครับ)

  1. ไปที่ folder ของเราที่ต้องการสร้าง project นี้ขึ้นมาสำหรับพัฒนาครับ ในตัวอย่างผมเข้าไปที่ C:\Develop\htdocs\tutorial ตามรูปภาพนี้เลยครับ

    ภาพประกอบ : folder

    ภาพประกอบ : folder

  2. ทีนี้เราก็เปิด composer ขึ้นมาโดยการคลิกขวาแล้วเลือก use composer here

    ภาพประกอบ : use composer here

    ภาพประกอบ : use composer here

  3. ต่อมาเราก็เข้าไปที่หน้าเว็บของ ZF Skeleton ที่อยู๋บน Github นะครับ ตาม link นี้ไปได้เลย https://github.com/zendframework/ZendSkeletonApplication
    ภาพประกอบ : ZendSkeletonApplication

    ภาพประกอบ : ZendSkeletonApplication

     

  4. ต่อมาให้ copy ข้อความตรงที่เป็น using composer นะครับ เริ่มตั้งแต่คำว่า create-project ตัวอย่างก็จะเป็นแบบนี้เลยครับ composer create-project -sdev –repository-url=”https://packages.zendframework.com” zendframework/skeleton-application แล้วจากนั้นเราก็นำไปวางไว้ที่ composer ได้เลยครับ
    ภาพประกอบ : create-project

    ภาพประกอบ : create-project

     

  5. ทีนี้พอวางลงไปใน composer แล้วอย่าเพิ่งกด enter นะครับให้เราพิมพ์ folder ที่เราต้องการสร้างขึ้นมาไว้ใช้งานกันก่อน เช่นผมอยากให้ project นี้ชื่อ zendtut ผมก็พิมพ์จุดแล้วตามด้วยเครื่องหมาย / แบบนี้นะครับ composer create-project -sdev –repository-url=”https://packages.zendframework.com” zendframework/skeleton-application ./zendtut จากนั้นค่อยกด enter นะครับ
    ภาพประกอบ : start create

    ภาพประกอบ : start create

     

  6. จากนั้น composer ก็จะเริ่มไปดึงข้อมูลต่างๆที่ porject ลงมาให้เรานะครับ ทีนี้ต้องรอแล้วครับขึ้นอยู่กับเน็ตเราแล้วจะไวจะช้าแบบไหน แต่อันที่จริงก็ไม่นานหรอก พอเสร็จแล้วทุกอย่างขึ้น complete เราก็จะได้ folder ชื่อ zendtut มาสำหรับใช้งานแล้วนะครับหน้าตาแบบนี้
    ภาพประกอบ : zendtut

    ภาพประกอบ : zendtut

     

  7. เหมือนจะจบแล้ว…แต่ยังครับ ใจเย็นนิด เพราะว่าถ้าเรายอดกลับไปดู ZF1 หรือ php framework ค่ายอื่นๆ เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะสร้างไฟล์ htaccess หรือการกำหนดค่าต่างๆในการเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ทีนี้เราจะต้องมากำหนด virtual host ให้เราสามารถเข้าถึง project ของเราง่ายขึ้นด้วยการเข้าไปที่ folder ที่ชื่อว่า public นะครับ
    ภาพประกอบ : public

    ภาพประกอบ : public

     

  8. จากนั้นให้เปิด use composer here ขึ้นมาที่นี้อีกรอบครับ ทีนีเราจะใช้ Cli-server ในการช่วยกำหนดค่าให้เรา โดยพิมพ์แบบนี้ครับ php -S localhost:8001 ตรง 8001 นี่คือหมายเลข port นะครับแล้วแต่คุณเลยต้องการใช้เป็นเลขอะไรก็ตั้งค่าเอา กด enter ทีเดียวเท่านี้ก็เป็นอันจบครับ
ภาพประกอบ : หน้า welcome

ภาพประกอบ : หน้า welcome

 

ส่วนใครที่ไม่ต้องการตั้งค่า virtual host แบบนี้จะตั้งแบบเดิมก็ไม่มีปัญหานะครับ แค่ตรงนี้มันเร็วดีเท่านั้นแหละ เอาเป็นว่าเริ่มจากการติดตั้งไปแล้วเี๋ยวต่อไปก็ค่อยๆทยอยพูโถึงเรื่องอื่นๆให้ครบทั้ง ZF1 และ ZF2 นะครับแต่คงจะเทไปทาง ZF2 เยอะหน่อยเพราะเดี๋ยวตามคนอื่นเค้าไม่ทันกัน

 

link : framework.zend.com